ขอแสดงความยินดีและอวยพรย้อนหลังกับพี่น้องไทยมุสลิม

November 30, 2009

ขอแสดงความยินดีและอวยพรย้อนหลังกับพี่น้องไทยมุสลิมเนื่องในโอกาส Eid’ul alhaหรือวันสำคัญทางศาสนาอิสลามขอให้องค์อัลเลาะห์คุ้มครองทุกท่านครับ

November 28,  2009

2-3 วันนี้มีคนตกใจเรื่องดูไบผลัดชำระหนี้ ผมเลยส่งรูปบรรยากาศเศรษฐกิจที่นี่ตอนไปเดินศูนย์การค้ามาให้ดูครับ คึกคักเหมือนเดิมพอดีช่วงนี้วันหยุด

Abu Dhabi ซึ่งเป็นรัฐที่เป็นเมืองหลวง มีเงินเยอะ  เขาไม่ปล่อยให้รัฐดูไบแย่หรอกครับเพียงแต่เป็นเรื่องที่เขาต้องตกลงภายใน  ไม่ต้องตกใจแทนเขาหรอกครับ

November 28,  2009

บรรยากาศเศรษฐกิจที่ดูไบ ศูนย์การค้ายังคึกคักเหมือนเดิม

November 30, 2009

new_img_1719

บรรยากาศเศรษฐกิจที่ดูไบ ศูนย์การค้ายังคึกคักเหมือนเดิม

เข้าพบสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจ

November 30, 2009

เข้าพบสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจ

Read more

ขอบคุณแกนนำเสื้อแดงที่เลื่อนชุมนุม

November 26, 2009

November 26, 2009  10:27:02

ขอบคุณแกนนำเสื้อแดงที่เลื่อนชุมนุม

ให้เราได้มีสมาธิในการถวายพระพรในหลวง

“สุรเกียรติ์” กระตุกรัฐบาล ยกเลิกเอ็มโอยู = โยนทิ้ง 4 ประโยชน์ทางทะเล

November 25, 2009

“สุรเกียรติ์” กระตุกรัฐบาล

ยกเลิกเอ็มโอยู = โยนทิ้ง 4 ประโยชน์ทางทะเล

November 12, 2009

หมายเหตุ : นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.การต่างประเทศ ในรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชี้แจงสาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2544 โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ให้ยุติเอ็มโอยูดังกล่าวลงชั่วคราว แล้วเสนอต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบให้ยกเลิกการใช้บังคับตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญต่อไป

ผมไม่ได้ขัดข้องอะไรหากรัฐบาลจะยกเลิกเอ็มโอยูดังกล่าว แต่มีข้อสังเกตคือถ้าเราจะยกเลิก สังคมไทยต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะยกเลิกคืออะไร เวลานี้เราพูดกันเหมือนกับว่าเอ็มโอยูอันนี้เป็นบันทึกช่วยจำว่าด้วยการแบ่งผลประโยชน์ทางทะเล ตกลงกันแล้วว่าไทย-กัมพูชาจะแบ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างไร และเอ็มโอยูนี้แบ่งไปในลักษณะที่ไทยเสียเปรียบ หากยกเลิกเสีย เราจะได้ทรัพย์สินกลับมา ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะเอ็มโอยูนี้เป็นอะกรีเมนต์ ทู ทอล์ก เป็นความตกลงว่าเราจะเริ่มเจรจากัน

ความจริงความคิดนี้มีมาตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ ซึ่งสมัยนั้นไทยได้ไปลงนามตกลงกับประเทศมาเลเซีย พล.อ.ชาติชายเลยมีความเห็นว่าทำไมไม่ทำแบบเดียวกันนี้กับประเทศเวียดนามและกัมพูชาบ้าง เมื่อถึงจุดหนึ่ง ท่านได้คุยกับท่านสุรินทร์ (พิศสุวรรณ รมว.ต่างประเทศในขณะนั้น) ว่าให้ลองขอคุยกับกัมพูชาว่าคิดอ่านอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเริ่มเจรจา รัฐมนตรีสุรินทร์ก็บอกว่าท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดคือ พล.อ.มงคล (อัมพรพิสิฏฐ์) ก็เจรจาไปแล้วกัน ผมรับทราบ แต่ถือว่าผมไม่รับรู้ จะได้ยังไม่เป็นทางการ จากนั้น ผบ.สส.ก็มาคุยกับผมซึ่งขณะนั้นเป็นประธาน ปตท.สผ. ก็มีการคุยกันนอกรอบ เชิญเขามาเล่นกอล์ฟที่นี่บ้าง เชิญมาทานข้าวบ้าง ก็เริ่มรู้สึกว่าเขาเริ่มเห็นด้วยว่าควรร่วมมือกัน แต่ก็ยังไม่มีอะไร ระหว่างนั้นกระทรวงการต่างประเทศก็ทำงานมาตลอดว่ามีอะไรควรระวังบ้าง

กระทั่งผมเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ในปี 2544 ทางกัมพูชาก็บอกว่าเราเคยคุยกันมา ถ้าอย่างนั้นจะเริ่มเจรจากันไหม ทางกระทรวงการต่างประเทศเลยบอกว่าถ้าเช่นนั้นเรามาทำความตกลงกันหน่อย ถ้าจะเจรจาจะใช้หลักอะไร ก็นำมาสู่เอ็มโอยูอันนี้ มีการลงนามว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเจรจา 2 ชุดคือ คณะกรรมการชุดหนึ่งว่าด้วยเรื่องการเจรจาเส้นเขตแดนทางทะเล มีคุณกฤษณ์ กาญจนกุญชร อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย (ในขณะนั้น) เป็นประธาน อีกชุดหนึ่งเป็นคณะกรรมการว่าด้วยการพัฒนาร่วมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

ในเอ็มโอยูดังกล่าวมีข้อดีที่ไทยได้มา 4 ประการคือ

1.เราบอกไว้ว่าต้องมีการเจรจาเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเลพร้อมๆ

กับการเจรจาการพัฒนาร่วม ต้องไปด้วยกัน โดยใช้คำว่า “อินดิวิซิเบิล แพคเกจ” ซึ่งแปลว่าแบ่งแยกไม่ได้ อันนี้คือสิ่งสำคัญ เพราะถ้าเรารู้ว่ากัมพูชาอยากได้เรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ เรื่องการพัฒนาร่วม แต่เราอยากได้เรื่องเขตแดนแล้วมาผูกเอาไว้ เราก็สามารถเอาสิ่งที่เขาอยากได้มาดันเรื่องเขตแดนที่เราต้องการได้ ขณะนั้นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนดให้นำเรื่องเขตแดนและการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตเข้ารัฐสภาเท่านั้น ส่วนเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร ลึกๆ ในใจก็กลัวว่าถ้าใครเข้ามาเป็นรัฐบาล เกิดอยากตกลงเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แล้วก็เซ็นกันไปได้เลย เราอาจเสียประโยชน์เรื่องเส้นเขตแดนได้ เพราะไม่เหลืออะไรให้ไปต่อรอง จึงมาเขียนตรงนี้มัดไว้ให้ทั้ง 2 ส่วนต้องไปที่รัฐสภา นี่คือข้อดีที่เราเก็บใส่กระเป๋าเอาไว้ แล้วเราก็ดีใจที่กัมพูชาเขายอมทั้งที่เป็นเพียงอะกรีเมนต์ ทู ทอล์ก

2.การกำหนดเขตทางทะเลให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

3.การเจรจาทั้งหมดที่จะทำในอนาคตจะไม่กระทบต่อข้อเรียกร้องทางทะเล

ซึ่งเท่ากับเป็นการให้กัมพูชายอมรับเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไทยมีข้อเรียกร้องเรื่องเขตแดนทางทะเล

4.แผนผังที่อยู่ด้านหลังเอ็มโอยูนี้ได้ในสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศของไทย

ต้องการ

ผมจึงขอตั้งข้อสังเกตว่าหากจะยกเลิกเอ็มโอยูอันนี้ ถามว่ามันมีประโยชน์อะไร ถ้าเราไม่อยากเจรจา เราก็ไม่ต้องเรียกประชุม เราก็ประกาศสิว่าตอนนี้เราประท้วง เราหยุดการเจรจา ก็แสดงเจตนารมณ์ไป ไม่ต้องยกเลิกเอ็มโอยู ซึ่งความจริงมันไม่มีการเจรจามา 2 ปีแล้วเพราะไม่ถูกกัน และ 8 ปีที่ผ่านมาก็ยังตกลงกันไม่ได้เลย ยกเว้นเรื่องสำคัญซึ่งผมไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน เพราะฝ่ายกัมพูชาขอเอาไว้

(หยิบอุปกรณ์มาประกอบการอธิบาย) สมมติตรงนี้เป็นเกาะกรูด เดิมเส้นเขตแดนทางทะเลที่กัมพูชาแคลมมันวิ่งผ่าเกาะกรูดมา ผมก็ล้อเขาว่าเออ… แปลกดีนะ คนไทยขึ้นเกาะกรูดมา พอจะลงไปเล่นน้ำอีกทางต้องถือพาสปอร์ต ซึ่งมันตลกมาก หลังจากเจรจากันไปมา ท่านฮุน เซน บอกผมว่าตกลงเรื่องอธิปไตยเกาะกรูดยอมรับว่าเป็นของไทย ยอมปลดข้อเรียกร้อง จากนั้นก็ส่งแผนที่มาลากเส้นใหม่ นั่นคือสิ่งที่เราได้เก็บใส่กระเป๋ามาแล้ว แต่ยังไม่ได้ประกาศเพราะเขาบอกว่าเดี๋ยวผู้ใหญ่ฝ่ายเขาจะไม่พอใจ เอาให้การเจรจาจบก่อนค่อยประกาศ

ดังนั้น การยกเลิกเอ็มโอยู มันทำให้ของดีของเรา 3-4 ข้อมันหายไปด้วย ซึ่งกว่าจะได้มาก็แทบแย่ ถามว่าเราดูกันรอบคอบแล้วหรือ จู่ๆ จะเอาประโยชน์ของเราทิ้งน้ำไปทำไม เพราะถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับเป็นการปลดล็อคกัมพูชา เขาก็แฮปปี้ ผมจึงอยากตั้งคำถามว่าได้พิจารณากันดีหรือยัง เป็นการตอบโต้กัมพูชาในสิ่งที่ทำให้เราเสียประโยชน์เองหรือเปล่า ส่วนกัมพูชาไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วย มันมีเรื่องที่จะตอบโต้ได้อีกตั้งเยอะ

ส่วนที่รัฐบาลให้เหตุผลว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยเป็นอดีตหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย ล่วงรู้ความลับต่างๆ หมดแล้ว หากย้ายไปเป็นที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา จะทำให้ไทยเสียเปรียบนั้น ความจริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่หัวหน้าคณะเจรจา คนที่เจรจาทั้ง 2 เรื่องคือเจ้าหน้าที่ เรื่องเขตแดนเนี่ย นายกฯ หรือ รมว.ต่างประเทศจะไปสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ เพราะมันมีแผนที่ มีกฎหมายระหว่างประเทศชัดเจน และผมเชื่อในความเป็นมืออาชีพของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และเอ็มโอยูนี้ก็บอกชัดเจนว่าให้เดินอย่างไร

ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon

Investigating interview

November 25, 2009

The Department of Special Investigation is to investigate Thaksin Shinawatra’s interview to The Times.

A DSI source told Bangkok Post the DSI board, chaired by Deputy Prime Minister Suthep Thaugsuban, resolved on 25/11/09 to accept the investigation into the interview as a special case, reasoning that it was “an issue affecting the country’s security.”

เปิดคำวินิจฉัยผู้พิพากษาเสียงส่วนน้อย ปฏิเสธอำนาจคณะรัฐประหาร

November 25, 2009

“หากศาลรับรอง อำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชน จากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปักรักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความ ฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ร่ำไป”………..

ติดตามอ่านต่อได้ที่ http://www.prachatai.com/journal/2009/11/26459

ที่มาจาก http://www.prachatai.com

Surayud accused of land grab

November 25, 2009

Suporn Atthawong, a member of United Front for Democracy against Dictatorship, has filed a complaint that Privy Councillor Surayud Chulanont and his wife were illegally occupying 21 rai of forest reserve land on Khao Yai Thieng hill in Nakhon Ratchasima’s Sikhiu district.

Suporn said on 25/11/09 it was unfair General Surayud and his wife, Thanpuying Chitravadee, appeared to have been spared legal action by the Forest Department just as it was cracking down on other landowners in the Khao Yai Thieng area for alleged encroachment.

Read more

Scary warning

November 25, 2009

A Bangkok Pundit reader, Ty, has written: “In 1976, before the October 6 massacre, a rumor went around that Vietnamese sappers had infiltrated Thammasat students. On October 6, the story was that the students who were killed were Vietnamese who couldn’t speak Thai, the unspoken message being that therefore it was all right to kill them. In the run-up to the massacre as well, a song that received heavy daily airplay was the song ‘Nak Pandin’ (which is translated as ‘those who impose a burden on the land’ and thus do not deserve to live). And back then, as today, the government in power was the Democrats, led by an intelligent, British-educated and obviously decent man who had little inkling of how things in Thailand really worked. Are we seeing the masses being psychological prepped for another orgy of violence, of Thais killing Thais? Is history about to repeat itself? I hope not, but the parallels are scary.”

Read more

Patriot games ‘are damaging’

November 25, 2009

The government’s move to revoke memorandums of understanding with Cambodia could put Thailand at a disadvantage, leading academics say.

The government should not let a mounting sense of patriotism influence its decision to nullify any MoU with Cambodia, said Puangthong Pawakapan, an international relations lecturer at Chulalongkorn University, according to a report in Bangkok Post on 23/11/09. She said taking such action could do more harm than good to the nation.

Read more

Next Page »