สัมภาษณ์หมอเสริฐ 1 ปีรัฐบาล

สัมภาษณ์พิเศษ:      “หมอเสริฐ” ประเมินรัฐบาล ผลงาน1ปี

“สอบตก” ด้านท่องเที่ยวล้มเหลวสิ้นเชิง

บทสัมภาษณ์ นพ.ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน เพื่อประเมินการทำงาน 1 ปีของรัฐบาล

คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  ประจำวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2552

  • ปัญหาของไทยตอนนี้คืออะไร

ปัญหาตอนนี้คือ ไม่ได้เป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศที่มีพรมแดนติดกันเมื่อเกิดปัญหานี่ขึ้นก็ทำให้ทุกอย่างลำบาก ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของไทยในหลายด้าน เปรียบได้กับการไปซื้อบ้านอยู่คนเดียว แล้วไม่มีเพื่อนบ้านชอบเราเลย ทำอะไรก็ลำบาก ส่วนวิธีแก้ไขที่รัฐบาลทำอยู่ก็คือ การเอาชนะกัน ต่อสู้กันและต่อสู้เพื่อให้อยู่ได้นานที่สุด

ปัญหาของบ้านเราขณะนี้ เรื่องความคิดเห็นที่แตกแยกแบ่งเป็นสีต่างๆนั้น ไม่น่าห่วงเท่ากับปัญหาทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้านเพราะที่ประเทศรอบบ้านไม่มีความสุขกับเรา ถึงแม้จะเก่งอย่างไรก็ทำอะไรได้ลำบาก เพราะนอกจากจะไม่ชอบเราแล้ว ทุกประเทศยังจับมือกัน โดยที่ไม่ให้เราเข้าร่วมด้วย เช่น ความร่วมมือทางอากาศของกลุ่มซีเอ็มแอลวี (CMLV ย่อมาจาก Cambodia Myanmar Lao Vietnam)ประกอบด้วยกัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม ที่ได้ทำความตกลงยกเว้นค่าธรรมเนียมการบินของไทยบินผ่านน่านฟ้าของประเทศเหล่านี้  ก็ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการบินผ่านน่านฟ้าระหว่างกัน ในขณะที่เครื่องบินของไทยบินผ่านน่านฟ้าของประเทศเหล่านี้ก็ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมบินผ่านน่านฟ้า ทำให้ส่งผลเสียในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขันค่าบริการ ที่ไม่สามารถลดต่ำลงได้เหมือนประเทศเหล่านี้ ซึ่งจะต้องแก้ไข เพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

“เราคิดว่าเราใหญ่ ทำอะไรไม่ได้คิด คนเล็กๆใน4ประเทศไม่เอาเราก็แย่เหมือนกัน มันมีวิธีแก้ ก็คือ การยอมถอย ซึ่งเป็นวิธีจะฟื้นได้เร็วที่สุด ประเทศไทยโชคดีตรงที่เราอยู่ได้ เพราะการเกษตรดีขึ้นเท่านั้นเอง เนื่องจากโดนมรสุมภัยพิบัติทางธรรมชาติน้อยต่างจากเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ที่โดนมาตลอด”

ที่บอกว่าเขาไม่ชอบเรา ก็ดูได้จากประเทศลาวที่ไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจากไทย เพราะไทยชอบมองลาวเป็นลูกน้องทำแบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง การคบหากันต้องนอบน้อมถ่อมตน เมื่อนั้นเขาจะยกให้เราเป็นพี่เอง ไม่ใช่ว่าวางตัวสูงกว่าเขา

การแก้ปัญาหาในเรื่องนี้ ความจริงไม่จำเป็นต้องทำอะไรมาก แค่ยกนิ้วมือไหว้รอบทิศ ลดศักดิ์ศรีลงก็จบหากแก้ไขปัญหานี้ได้ ไทยก็จะดีขึ้นมาเอง เพราะจุดยุทธศาสตร์ของไทยดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ หรือทางเรือ แต่ปัญหาตอนนี้คือ เรายกมือไหว้คนไม่เป็น คิดว่าตัวเองใหญ่ และเก่งเกินไป

  • มองเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาอย่างไร

รัฐบาลควรอยู่เฉยๆ ไม่ต้องไปยุ่งอะไรให้มากนัก ปล่อยให้เป็นกลไกของภาคเอกชนดำเนินการเอง จะส่งผลดีกว่า ยิ่งรัฐบาลเข้าไปก็ยิ่งเพิ่มปัญหา ปัญหาของเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ใช่เรื่องกู้เงินมาเยอะ แต่อยู่ที่กู้แล้วจะเอากลับคืนมาได้อย่างไร รัฐบาลที่ผ่านมาแก้ปัญหาด้วยการกู้เงินมาแจก แต่เงินที่แจกไปไม่รู้ว่าจะหาคืนมาได้เมื่อไหร่

แต่ต่อไปนี้การแจกเงินคงลำบากไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้หรือชุดไหน เพราะเงินไม่มีแล้ว ถ้าหยุดปัญหาให้ได้ในตอนนี้คือ ไม่เอาทั้งฝ่ายค้านหรือรัฐบาลแต่เอาฝ่ายที่เป็นกลางขึ้นมาแล้วไปคุยกับเพื่อนบ้านก็จะดีขึ้น

ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องหยุดให้ทุกอย่างสงบซัก 2 ปี ปล่อยกลไกต่างๆเดินไปตามทางของมันเอง นอกจากนี้ การที่รัฐบาลไม่ทำอะไรจะทำให้เงินของประเทศเหลือประมาณ 30% ด้วยซ้ำ ปัญหากับเพื่อนบ้านก็จะดีขึ้น

  • ประเมินผลงานรัฐบาล 1 ปี อย่างไร

สำหรับผม รัฐบาลสอบตก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวล้มเหลวโดยสิ้นเชิง รัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาการท่องเที่ยวเลย ทั้งๆที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำรายได้หลักให้ประเทศ รองจากการส่งออก ดูแค่การตั้งผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ปล่อยไว้เป็นปี ไม่มีผู้ว่าการททท.จนทำให้คนดีๆอยู่ไม่ไหว(หมายถึงนายวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ ที่ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการททท.)

ส่วนที่บอกว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าฟื้นนั้นก็คงฟื้นเพราะเศรษฐกิจโลกฟื้น ไม่ใช่รัฐบาลแถมภาคเกษตรก็ดีด้วยตนเอง ราคาสินค้าเกษตรที่สูงทำให้ประเทศยังพอไปได้ แต่คงจะดีกว่านี้ ด้วยการรวมการทำงานของกระทรวงหาเงินเข้าด้วยกัน กล่าวคือ กระทรงวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม จะได้ทำให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันไม่ขัดแย้งกัน แล้วควรช่วยกันหาทางขายสินค้าเกษตรของไทยแบบผูกสัญญาระยะยาว เพื่อให้มีรายได้ชัดเจนและแน่นอนเกษตรกรจะได้ไม่ลำบาก

  • มีข้อแนะนำด้านนโยบายการท่องเที่ยวอย่างไร

อยากให้รัฐบาลและททท.สนใจมากกว่านี้และประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้การผลักดันแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น

ขณะนี้รัฐบาลและททท.ไม่สนใจสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งกำลังมาแรงและมีแนวโน้มสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามารักษาพยาบาลในเมืองไทย ซึ่งจากข้อมูลของกรมส่งเสริมการส่งออกปี 2551 ที่ผ่านมาพบว่าประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาประมาณ 1.5 ล้านคน ไม่นับรวมคนติดตามจะที่จะเข้ามาด้วยประมาณ 1-2คนขึ้นไปหากประเมินว่าคนที่เข้ามารักษาพยาบาลคนหนึ่งใช้เงินประมาณ 1 แสนบาท และผู้ติดตามใช้เงินประมาณ 1 หมื่นบาทต่อการเดินทางมา 1 ครั้ง ก็จะมีรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐไม่ได้เอาจริงกับเรื่องนี้ทั้งที่สร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล!!

…………………..

blog comments powered by Disqus