รายการวิทยุออนไลน์ “ทอล์ก อะราวด์ เดอะเวิลด์” #17
สามารถรับชมรายการ “ทอล์ก อะราวด์ เดอะเวิลด์” ครั้งที่ 17 ย้อนหลังได้ที่นี่
สามารถโหลดไฟล์เพื่อรับฟังรายการ “ทอล์ก อะราวด์ เดอะเวิลด์” ครั้งที่ 17 ย้อนหลังได้ที่
http://thai.thaksinlive.com/stream/stream.2009-12-22.mp3
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
กับรายการวิทยุออนไลน์ “เล่าสู่กันฟัง” (Talk around the World)
ออกอากาศผ่านเว็บไซท์ www.thaksinlive.com ทุกวันอังคาร เวลา 20.30 น. – 21.30 น.
เรียบเรียงจากการออกอากาศ วันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552
(ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์โลกวันนี้)
สวัสดีครับพี่น้องที่เคารพ พบกันทุกวันอังคาร 20.30-21.30 น. วันนี้ผมอยู่ที่ดูไบ กลับมาเมื่อวาน (21 ธ.ค.) ตอนเย็น มาถึงที่นี่อากาศดีมาก เย็นสบาย ไม่ร้อนเกินไป มาถึงก็งานเยอะแยะทั้งที่นี่และที่แอฟริกา รวมทั้งเรื่องราวในไทยก็เยอะมาก ก็เลยเน้นเรื่องราวในประเทศไทยคุยกับพี่น้องวันนี้สักนิด
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมาผมไปดูสถานที่ท่องเที่ยวของกัมพูชาเพื่อจะแนะนำให้เขาปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวร่วมกันทั้งไทยและกัมพูชา เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ พอบินใกล้ชายแดนสัญญาณโทรศัพท์ของดีแทคก็เข้ามาที่เครื่องผมบอกว่า “Welcome to Thailand.” ต้องยอมรับว่าคิดถึงบ้านขึ้นมาจับใจ แต่ก็ไม่เป็นไร อดทนต่อไป
“สุรยุทธ์” ปฏิเสธเจรจา
วันนี้อยากจะพูดเรื่องเมืองไทยหลายเรื่อง เรื่องแรกได้ข่าวว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ บอกว่าถ้าผมโทร.มาก็จะพูดคุยเจรจา แล้วก็เข้าใจว่าเมื่อวานนี้มี ส.ส. ออกมาปฏิเสธว่านักข่าวเขียนข่าวผิดไป ตอนที่ผมรับทราบเบื้องต้นไม่แน่ใจว่าท่านได้รับอนุญาตให้มาพูดหรือเปล่า ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่ ความจริงแล้วท่านบอกว่าเรื่องการเจรจาไม่ได้เป็นหน้าที่เพราะท่านเป็นองคมนตรี การเจรจาเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งท่านก็พลาดโอกาสไปแล้ว สมัยที่ท่านเป็นรัฐบาลบอกว่าอยากจะสมานฉันท์แต่ท่านก็ทำไม่ได้ เพราะว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่จ่ายักษ์กล่าวไว้ หากฆ่าผมได้สำเร็จ พล.อ.สุรยุทธ์จะเป็นนายกคนต่อไป
ไม่ปรองดองกลับทำแตกแยก
ตอนที่ท่านมาเป็นนายกฯผมได้โทรศัพท์คุยกับท่าน 2 ครั้ง ครั้งแรกก็บอกว่าผมเห็นด้วยกับการสมานฉันท์ คือผมเป็นคนที่พอเป็นพอ จบก็จบ เพียงแต่ว่าอย่ารังแกผมทางการเมือง ไม่เช่นนั้นก็จะสู้ทางการเมือง อีกครั้งก็บอกว่าพี่ การจะปรองดองสมานฉันท์นั้นต้องตบมือกันสองข้าง ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก อีก 1 ปีการเป็นนายกฯของท่านผ่านพ้นไปโดยไม่มีความพยายามในการปรองดอง ตรงกันข้ามมีการตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งเป็นศัตรูหรือคู่อริทางการเมืองของผม มาสอบสวนแบบแพะชนแกะ ก็เลยเป็นที่มาของความไม่เป็นธรรมอย่างต่อเนื่องจนทำให้ผมมีวิบากกรรมจนถึงวันนี้
ขอความเป็นธรรมสู่สังคม
เกมเป็นแบบนี้ก็ว่ากันไป ไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต แต่จำไว้สู้ ไว้พลิกแพลงต่อไป ก็คงจะเป็นอย่างนี้ต่อไป บ้านเมืองอึมครึมต่อไปในเมื่อผู้มีอำนาจมองให้เป็นอย่างนี้ ได้ฝ่ายที่ตนเองพอใจมาเป็นรัฐบาลถึงแม้ว่าประชาชนไม่ได้เลือกก็สามารถแอบอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งได้เหมือนกัน ไม่สนใจประชาชน ใช้กฎหมาย ศาล อย่างไม่เป็นธรรม เป็น 2 มาตรฐานต่อไป อย่างที่ผมเรียนไว้ว่า ทุกสิ่งมีจุดเดือดของมัน วิงวอนว่าขอให้ถึงจุดที่เราสามารถให้ความเป็นธรรมคืนสู่สังคมได้ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างคลี่คลายในทางที่ดี ผมพยายามเตือนคนเสื้อแดงว่าเราต้องอยู่ด้วยสันติวิธี ใช้ความรุนแรงไม่ดี บังเอิญว่าผู้นำเขาชอบให้ใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว เพราะคราวที่แล้วก็สั่งให้ใช้ความรุนแรงก็เลยชัดเจน เราต้องอยู่ด้วยสันติวิธีเป็นดีที่สุด ก็ขอฝากเอาไว้
ฝันประชาธิปัตย์แข็ง
ครับ ถ้าเราปล่อยให้มีการห้ำหั่นกันแบบนี้เหมือนกับที่ผมได้รับคำบอกเล่าจากหลายฝ่าย เขาบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ปล่อยไว้แบบนี้แหละ เขาพูดด้วยว่านายกฯไม่เก่งหรอกแต่ไว้ใจได้ก็เลยให้เขาอยู่ไปอย่างนี้ อีกไม่กี่วันเสื้อแดงก็ออกมาเองและเลือกตั้ง ถึงเวลานั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็คงแข็งแรงขึ้นแล้ว ด้วยความหวังแต่ว่าเป็นความหวังที่มองจากฝ่ายอำมาตย์ แต่ไม่ได้มองถึงว่าประชาชนลำบาก ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร ต้องรอดูกันต่อไป ถ้าไม่อยากเห็นความยุติ คิดอยากให้เป็นอย่างนี้ต่อไปก็แล้วแต่ใครจะคิด แต่ผมห่วงใยบ้านเมือง แต่สำหรับความน่าเชื่อถือ ความน่าสนใจของประเทศไทยเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ นับวันประชาชนจะลำบาก หนี้สิน ปัญหาสังคม ความแตกแยก คอร์รัปชันมากขึ้น และเศรษฐกิจกลับแย่ลง
มีใบสั่งห้ามยุบประชาธิปัตย์
กลับมาเรื่องที่คนพูดถึงกันมากที่สุดในขณะนี้คือเรื่องการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขั้นตอนอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเห็นว่าใช้เวลานานมาก ถ้าเป็นพรรคอื่นจะใช้เวลารวดเร็ว จะเห็นว่าพรรคพลังประชาชนพิจารณาเช้า ยุบบ่าย โดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลไม่ฟังพยานอะไรเลย อันนี้ กกต. ก็วนไปวนมา เตะกันไปมา มีคนเล่าให้ฟังว่าโทร.ไปคุยกับกรรมการบางท่านบอกว่ามีคำสั่งห้ามยุบเด็ดขาด วันนี้เรื่องก็ไปที่คุณอภิชาต (สุขัคคานนท์) ในฐานะเป็นนายทะเบียนและประธาน กกต. ต้องเป็นผู้เสนอความเห็น ปรากฏว่าคุณอภิชาตเรียนรุ่นเดียวกับ พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน แล้วก็เป็นธรรมศาสตร์รุ่นเดียวกับท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน
ผมก็ไม่รู้จริงแค่ไหน ฟังดูก็คงจะไม่ยุบ ฟันธงได้ ทั้งๆที่เห็นชัดว่าความผิดเป็นที่ประจักษ์แต่ก็คงไม่ยุบ ขอแสดงความยินดีด้วย แต่แสดงความเสียใจกับสังคมที่จะเจอกับอีก 1 ครั้งของ 2 มาตรฐาน และเป็นการเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าที่นับวันจะเสียหายขึ้นเรื่อยๆ เลยเป็นห่วงว่าเราจะอยู่กับ 2 มาตรฐานไปนานเท่าไร หรือจะต้องอวยพรปีใหม่ประชาชนว่าให้อยู่ให้ได้กับประเทศที่มีระบบความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ถ้าเราไม่มีการจัดการระบบนี้เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับมันอย่างนี้หรือเปล่า
กล่าวหาว่าเป็นภัยหลัก
อีกเรื่องคือเรื่องเอกสารลับจากกระทรวงการต่างประเทศถึงนายกรัฐมนตรี ผมได้ให้คนโหลดลงเว็บไซต์ทักษิณไลฟ์ดอทคอมแล้ว ก็ดาวน์โหลดดูได้ เป็นของจริงแน่นอน ลงนามโดยนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขียนค่อนข้างชัดเจนบอกว่าผมเป็นภัยหลักที่ต้องขจัดภัยหลัก คำว่าขจัดภัยหลัก มีการพูดกันในวงประชุมว่า คำว่าขจัดคือการฆ่า ต้องเรียนว่าผมถูกลอบฆ่ามาหลายครั้งแล้ว ผมโดนมาเยอะแล้ว ทั้งคาร์บอมบ์ และทำให้คิดถึงตอนที่เครื่องบินการบินไทยระเบิดก่อนขึ้นเครื่อง มันเป็นระเบิดหรือความบกพร่องของเครื่อง เพราะถ้าเป็นความบกพร่องโบอิ้งน่าจะเรียกเครื่องรุ่นนี้กลับ แต่ก็ไม่เห็นเรียกกลับไปเช็ก จะเห็นได้ว่าชีวิตผมผ่านการลอบทำร้ายมาเยอะ ได้ข่าวว่ากำลังจะทำอีก แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้หวั่นไหว แต่ไม่ประมาท
จับมือพันธมิตรฯปล้นอำนาจ
ความจริงผมไม่ได้เป็นภัยหลักต่อประเทศไทย แต่ผมเป็นภัยหลักกับคนที่ปล้นอำนาจ สมรู้ร่วมคิด มีพันธมิตรฯออกหน้าล้มล้างรัฐบาลที่มาจากประชาชน ถูกฝ่ายค้านร่วมมือกับพันธมิตรฯล้มล้างแต่ไม่สำเร็จ และได้สร้างความวุ่นวายจนเกิดปฏิวัติ ต่อมาการยึดอำนาจหลังจากประชาชนเลือกพรรคพลังประชาชนขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็ยังมีการก่อความวุ่นวายโดยพันธมิตรฯ สนับสนุนโดยประชาธิปัตย์ รวมถึงการยึดสนามบินด้วยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยึดทำเนียบทำลายข้าวของก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่กับเสื้อแดงเอากันทุกเรื่อง นี่คือสิ่งที่เป็น 2 มาตรฐานแบบหน้าไม่อาย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยวันนี้ แต่วันนี้กลับบอกว่าผมเป็นภัยหลัก ผมเป็นคนถูกกระทำแล้วทำไมมาบอกว่าผมเป็นภัยหลักได้ ผมต้องต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ความยุติธรรม ต้องต่อสู้ว่าถ้าคุณยึดอำนาจไปเป็นเผด็จการ ประชาชนลำบากประชาชนเขาก็ต้องการประชาธิปไตยเขาคืน
ความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน
ผมจะเป็นภัยหลักได้อย่างไร วันนี้นายอภิสิทธิ์กับนายกษิตแยกไม่ออกระหว่างคำว่านายกับนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะการที่คุณต้องทำหน้าที่อย่างถูกต้องในฐานะผู้นำประเทศ ไม่ใช่ล้างแค้นทางการเมือง ถามว่าคนที่มีคดีความมากกว่าผมเป็นญาติของคนในรัฐบาล คดียังไม่หมดอายุความก็ยังเห็นเดินโต๋เต๋อยู่ แต่คดีผมวันนี้คุณสุเทพ (เทือกสุบรรณ) บอกว่าถ้าจะเจรจาต้องให้ผมไปติดคุกก่อน ต้องถามว่าคนทำ สปก. แจกคนรวย ทำ สค.1 คนบุกยึดป่าท่าชนะแล้วไม่จ่าย กับอีกคนที่ไปประมูลซื้อที่ดินถูกต้องแต่ยินยอมให้ภรรยาทำนิติกรรมแต่ติดคุก 2 ปี ยึดป่าท่าชนะเป็นหมื่นๆไร่ไม่ติดคุก แล้วถามว่าให้ผมไปติดคุก ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน อะไรที่มีความเป็นธรรมไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับ
ได้คนไม่มีสติเป็นรัฐมนตรี
ผมไม่ใช่ภัยหลักนะครับคุณกษิต ผมไม่ได้ทำร้ายคุณ มีแต่ให้คุณมาตลอด เจอกันทีไรไม่ว่าจะที่ไหนก็ให้ตลอด แต่วันนี้ไม่รู้คุณเป็นอะไร พวกคุณทำถูกต้องหรือเปล่า วันนี้สิ่งที่เขียนในหนังสือที่ท่านทั้งหลายคงเห็นแล้ว เป็นหนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศทำถึงนายกฯ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ทั้งหมดจะมี 9 ใบ แต่ว่าวันนี้ผมจะดาวน์โหลดเพียง 3 หน้า และแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย ผมไม่ได้แปลเอกสารนี้เพื่อประจานประเทศไทย แต่กำลังจะประจานว่ากระทรวงการต่างประเทศเอาคนที่ไม่มีสติ ประหลาด ไปนั่งบริหารกระทรวงเสียหายหมด และทุกอย่างที่ทำไปหลายข้อที่เขียนไว้ก็รู้ตัว พยายามแก้ไขมาตรการต่างๆที่มากขึ้น แต่ทำไปเราก็เสียหาย เพราะว่าเราได้เปรียบดุลการค้า ยิ่งทำไปยิ่งเสียหายตัวเอง สิ่งที่ทำวันนี้คุณได้ขโมยอำนาจและพยายามกล่าวหาว่าเขาจะเอาคืน วันนี้ยึดสนามบินกลายเป็นผู้ก่อการดี ผมก็ไม่เข้าใจ พวกผมทำอะไรก็ไม่ถูกต้องหมด ผมก็จะพยายามอธิบายให้สังคมได้เข้าใจ
ใครสนิท “ทักษิณ” เลวหมด
เขาเขียนว่าวิเคราะห์ท่าทีของฝ่ายกัมพูชา ข้อที่ 1 ทักษิณเป็นภัยหลัก ข้อ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นความขัดแย้งที่ใครมาดีหรือมายุ่งกับผมไม่ได้ คนนั้นต้องเลวกับผมถึงจะเป็นคนดี คิดแต่ว่าจะบี้ผมให้ได้ ผมเป็นอดีตนายกฯนะครับ ผมมีเพื่อน สร้างมิตรไว้เยอะแยะ ขณะเดียวกันก็ทำงานให้บ้านเมืองมีผลงานมากมาย คนอย่างผมไม่ได้จะเอาประโยชน์อะไรจากบ้านเมือง พวกคุณก็เข้าใจไว้ถูกด้วย
ส่วนเนื้อความผมคิดว่าคุณจตุพร (พรหมพันธุ์) คงกล่าวไปหมดแล้ว สรุปคือว่าให้จัดการผม หามาตรการในการเล่นงานกัมพูชามากขึ้น และมองว่าฮุน เซน มีผลประโยชน์ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวอะไรเลย ท่านเสียประโยชน์ที่ให้ผมไปอยู่ที่นั่น ทั้งค่าใช้จ่าย เอาทหารมาอารักขา บ้านก็ให้อยู่ฟรี รถราก็ให้ใช้ฟรี ใช้ฟรีทุกอย่าง ไม่ได้ใช้เงินอะไรเลยนอกจากกินข้าวนอกบ้าน
คิดปรับเปลี่ยนประเทศกัมพูชา
ผมคิดว่าเป็นลักษณะของคนผิดปรกติมองคนอื่นในแง่ร้ายแต่ไม่ได้มองตัวเองเลย แล้วก็ทำการต่างๆที่พยายามฟื้นเรื่องเก่าๆ แต่ผมคงไม่เสียเวลาอ่านหรอก ให้ท่านลองอ่านดู ท่านจะรู้ว่าคนๆนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หนังสือฉบับนี้คนในกระทรวงเขาทนไม่ไหวถึงได้ส่งมา มีมาตรการอันหนึ่งที่บอกว่าจุดหมายปลายทางต้องคำนึงว่าจุดประสงค์ของไทยต้องการกลับปรับความสัมพันธ์เข้าสู่ภาวะปรกติ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงการปกครองของกัมพูชา นี่หมายถึงคุณจะไปเปลี่ยนการปกครองของกัมพูชาเลย นี่คิดเผื่อไปเยอะเลย
ต้องกำจัดภัยหลัก
เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาคือ พ.ต.ท.ทักษิณมุ่งทำลายความอยู่รอดของรัฐบาล การจัดการกับปัญหานี้คือต้องขจัดต้นตอของปัญหาด้วยการ 1.ขจัดภัยคุกคามหลัก คือขจัดผมหรือฆ่าผม และแยกหรือทอนความร่วมมือระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณกับนายกฯกัมพูชา ซึ่งมีแนวโน้มที่น่าจะเป็นไปได้ 3 สถานการณ์ สรุปคือจะใช้ประเทศอื่นบีบกัมพูชาเพื่อให้ฮุน เซน ถอนการแต่งตั้งผม ถ้าทุกคนเหมือนคุณกษิตก็คงจะถอนง่ายกว่า แต่อย่าคิดว่าเขาจะเหมือนคุณทุกคน ทราบข่าวมุ่งเป้าไปที่เวียดนาม อ้างว่าจะยอมเจรจาแลกผลประโยชน์ทุกอย่าง อันนี้ขอเรียนว่าเราเป็นประธานอาเซียนแต่ไม่ได้เป็นผู้นำให้เขานับถือ แต่เรากลับไปทำอะไรที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอันให้อาเซียน แถมยังคิดทำลายกรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
วันนี้ผมถือว่าผมถูกรังแก แต่ไม่อยากให้พี่น้องต้องลำบาก ผมถือว่าการรังแกผมคนเดียวก็หนักสำหรับผมแล้ว วันนี้ประเทศเสียหายหมด เพราะว่าต้องตอบสังคมโลกได้ ถึงแม้จะมั่วๆเลยต้องสร้างระบบ 2 มาตรฐานต่อไป องค์กรอิสระก็ 2 มาตรฐาน สื่อมวลชนหมดความเป็นกลาง ทีวี.ทุกช่องได้รับการซื้อจากรัฐวิสาหกิจโดยนโยบายของรัฐบาล วันนี้เราใช้งบโฆษณาโดยไม่จำเป็น วันนี้รัฐมนตรี นายกฯ ส.ส. ลงโฆษณากันหมด ช่อง 3 ร่วมอัดเสื้อแดงเต็มที่ ผมอยู่ข้างนอกก็รู้ข่าว นี่คือรัฐบาลสะอาด
รัฐบาล 1 ปีมีแต่กู้กับกู้
วันนี้มีความสุขไหม รัฐบาลก็ไปทั่วไทยไม่ได้ ผมก็กลับประเทศไทยไม่ได้ ผู้ใหญ่ที่แอบสั่งราชการไปไหนก็ไปแบบเปิดเผยไม่ได้ ได้ข่าวว่าสั่งรถกันกระสุนมาแล้ว สังคมไทยจะเป็นแบบนี้อีกนานไหม แน่นอนครับ ความเป็นธรรมไม่เกิด ความยุติธรรมไม่กลับคืนมา ประชาธิปไตยไม่กลับคืนมา คงอีกนาน ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ ถามว่าวันนี้ผมไม่ได้เรียกร้องขอเจรจา เรียกร้องว่าผู้ที่แอบสั่งราชการทั้งหลายขอให้ระบบมันเดินของเขาเอง เพราะเชื่อว่าหลายคนก็มีศักดิ์ศรี แต่ความกลัวต้องทำลายศักดิ์ศรี เพราะถูกสั่งก็เลยต้องทำในสิ่งที่ผิด เราจะปล่อยไปแบบนี้ผมก็รับได้ แต่ประชาชนจะรับไหวมั้ย…ก็ฝากไว้
มีเรื่องของ 1 ปีรัฐบาล สิ่งที่สงสัยที่สุดคือว่ารัฐบาลสะอาด ไม่มีใครเชื่อแล้ว ทั่วโลกเขาประเมินว่าเราเป็นอันดับ 84 จาก 180 ประเทศ ถือว่าค่อนข้างต่ำจากเดิมที่เคยอยู่ 32-34 สมัยผมเป็นนายกฯ วันนี้รัฐบาลอยากอยู่ยาวเลยต้องยอมพรรคร่วม แย่งกันทำ แย่งกันกิน โจ๋งครึ่มมาก ไม่อาย ถือว่าเป็นธุรกิจเลย เป็นธุรกิจการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์ชอบ พี่น้องครับ จำได้มั้ยตอนที่ผมเป็นนายกฯใหม่ๆ ผมสั่งยกเลิกการประมูลสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ตอนนั้นอยู่ที่ 50,000 กว่าล้านบาท และเข้ามาประมูลเหลือ 30,000 ล้านกว่าบาท แต่ถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชันทั้งๆที่ปรับงบแต่เพิ่มงาน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้คอร์รัปชัน 1 ปีที่ผ่านมา กู้เงินมาแล้วคอร์รัปชันมหาศาล ฝากคุณอภิสิทธิ์ด้วย เพราะใครมาเป็นรัฐบาลต่อต้องรับภาระใช้หนี้ ผมได้ยินว่าตอนนี้รัฐบาลก็กู้มาใช้ไปก่อน เราไม่ได้ใช้หนี้ คนอื่นพูดนะ ผมฟังเขามา ก็ฝากไว้ครับ ถ้าประเทศตกไปอยู่อันดับที่มีคอร์รัปชันสูงการค้าขายจะลำบากขึ้นเรื่อยๆ
รวยมาก่อนเป็นนายกฯ
วันนี้เรื่องคดีที่เกี่ยวข้องกับผมที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก สื่อบางคนที่เอาคำพูดของ คตส. (คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ) ซึ่งมั่วไปลง ขอเรียนว่าเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2534 ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลาออกเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เดือนกรกฎาคมมีนิตยสารลงการประเมินทรัพย์สินของครอบครัวผมบอกว่ามีอยู่ประมาณ 60,000 ล้านบาท พอผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณจำลอง (ศรีเมือง) ก็ให้ผมแถลงทรัพย์สินว่ามีเท่านี้ก็เป็นที่ฮือฮา ผมมีทรัพย์สินก่อนเข้าการเมืองและก็ก้อนเดียวกันนี่แหละครับ พอมาเป็นนายกฯก็ประกาศว่าครอบครัวผมมีหุ้นมาแบบนี้ แต่ราคาหุ้นขึ้นลงตามตลาด และหุ้นของครอบครัวผมก็ขายไปตามดัชนีของตลาด
บางครั้งหุ้นของครอบครัวผมเคยขึ้นไปเกือบแสนล้าน ที่ขายหุ้นไปก็ 76,000 ล้าน ไม่ได้ร่ำรวยผิดปรกติ ร่ำรวยมาก่อน วันนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าผมผิด จะฟ้องยึดทรัพย์ผมที่เกิดจากการขายหุ้น อย่างเรื่องของการปล่อยกู้ วันนั้นยอมรับว่าพม่าใหญ่กว่าลาวและกัมพูชา เงินกู้ให้เขาไป 4,000 ล้านบาท แต่เขาจะซื้ออะไรไม่รู้จริงๆ แต่บอกว่าผมไปเอื้อให้ชินคอร์ป (บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น) ทั้งๆที่เขาค้าขายกับพม่ามาก่อนที่ผมเล่นการเมือง นี่คือสิ่งที่ผมถูกกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง
ช่วยท่องเที่ยว-เกษตรกัมพูชา
ต่อไปเป็นเรื่องผมไปอยู่กัมพูชา ก็ไปทำงาน 2-3 เรื่อง ถือว่าอยู่บ้านเขาอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกเขาเล่น ก็ไประดมสมองเรื่องการท่องเที่ยว การเกษตร และการลงทุน เรื่องการเกษตรนั้นกัมพูชาปลูกข้าวปี 1 ล้านกว่าตัน ส่งออกที่ไทยและเวียดนาม ใจผมอยากให้เขาพัฒนาท่าเรือเพื่อการส่งออกที่เป็นระบบ และเป็นประโยชน์กับประเทศไทยเวลาขายข้าว ในโลกนี้ผลิตข้าวยังไงก็ไม่พอกับความต้องการ แต่ขณะเดียวกันถ้าเรามาตกลงกันก็จะทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น เราต้องเอาไปอิงพวกที่มีพลังที่เขากำหนดราคาได้ จะทำให้เกษตรกรได้ราคาข้าวมากขึ้น น่าจะจับมือกันให้หมด ซึ่งผมวางแนวทางไว้แล้ว
แต่อีก 9 แผ่นในเอกสารลับนายกษิตอยากให้เลิก ดูแล้วประเทศยังต้องพัฒนาอีกมาก ห่างไกลกับประเทศเราเยอะ ที่ดินของเขาเป็นที่ราบส่วนใหญ่และน้ำเยอะจริงๆ อยากชวนคนไทยน่าจะไปทำคอนแทค ฟาร์มมิ่ง ทะเลสาบก็ใหญ่มาก ทำอะไรก็ได้ เทคโนโลยีความรู้เขายังไม่พอ เรามีอะไรที่ร่วมมือได้ก็บอก ผมยินดีจะเข้าไปช่วยเจรจาให้
ครับ วันนี้ขอตอบคำถาม…บอกว่าอยากจะเคาท์ดาวน์กับผมตอนปีใหม่เป็นไปได้ไหม…คิดว่าเป็นไปได้ครับ ผมจะเคาท์ดาวน์กับคนเสื้อแดงที่เชียงใหม่ ซึ่งผมฝาก ส.ค.ส. ไปแจกช่วงปีใหม่ และขอแบบเสื้อยืดหน้าปกหนังสือแก้จนไป ผมจะเก็บไว้ครับบรรดาของชำร่วยของคนเสื้อแดง สักวันถ้าผมมีโอกาสกลับไปประเทศไทยจะนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นที่ระลึกว่าคนธรรมดาอย่างผมมีพี่น้องให้กำลังใจ สนับสนุนมากขนาดนี้ รวมทั้งของมงคลทั้งหลายจะรวบรวมเก็บไว้ครับ ขอขอบคุณพี่น้องที่รับฟังผมมาตลอด สวัสดีครับ
…………………..
Radio