เบื้องลึกเลิก “หวยตู้” โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
เบื้องลึกเลิก “หวยตู้” โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
คัดจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ประจำวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2553
สัปดาห์ที่แล้วนายกรัฐมนตรีทำให้คนประหลาดใจอีกครั้งด้วยการออกมาให้ความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับการให้ประชาชนซื้อลอตเตอรี่ผ่านเครื่องที่ขายโดยอัตโนมัติ ทั้งๆ ที่คณะกรรมการกองสลากได้มีมติให้ออกหวย 2 ตัว และ 3 ตัวขายผ่านเครื่องดังกล่าวโดยกำหนดวันขายครั้งแรกแล้วในต้นเดือนมีนาคม จู่ๆ นายกฯก็แสดงความไม่เห็นด้วย เกิดอะไรขึ้น!
ก่อนอื่นขอเล่าย้อนถึงที่มาของการที่จะใช้เครื่องขายลอตเตอรี่แทนคนเสียก่อน เนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์หลายฉบับยังสับสนอยู่ เป็นข้อเท็จจริงที่ว่าราคาขายของสลากกินแบ่งที่ผู้ซื้อสลากต้องจ่ายสูงกว่าราคาขายที่กองสลากมาเป็นเวลานานแล้ว ปัจจุบันสลากินแบ่งซึ่งกำหนดให้ขายฉบับละ 80 บาทนั้น ผู้ซื้อสุดท้ายต้องซื้อในราคาฉบับละ 110 บาท ผลต่าง 30 บาทนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร มีคนพยายามอธิบายว่าในการจำหน่ายสลากกินแบ่งจำเป็นต้องจัดเครือข่ายของคนขายเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ระดับแรกที่รับซื้อกองสลากไปจัดจำหน่ายต่อที่เรียกว่ายี่ปั๊ว จึงต้องเพิ่มราคาขายในขั้นสุดท้ายเพื่อให้ผู้จำหน่ายแต่ละระดับมีรายได้คุ้มกับค่าใช้จ่ายและค่าเหนื่อยในการจัดจำหน่าย
แต่เท่าที่ทราบ ผู้จัดจำหน่ายรายย่อยนั้นได้รับส่วนแบ่งรายได้ไม่มากนัก รายได้ขนาดใหญ่ตกอยู่กับยี่ปั๊วระดับแรกซึ่งเป็นผู้จัดระบบทั้งหมด ระบบนี้มีมานานหลายสิบปีและยี่ปั๊วรายใหญ่เหล่านี้ได้รับประโยชน์มานานแล้ว ซึ่งยี่ปั๊วชุดนี้มีผู้นำที่เก่งมาเป็นผู้ประสานประโยชน์ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักการเมืองในพรรคขนาดใหญ่ พรรคหนึ่งและเป็นท่อน้ำเลี้ยงที่สำคัญสำหรับพรรคการเมืองนั้นมาเป็นเวลานานมากแล้ว
ย้อนไปเมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว เมื่อพรรคขนาดใหญ่ดังกล่าวเป็นฝ่ายค้านพรรค การเมืองคู่แข่งที่อยู่ในรัฐบาลพยายามเปลี่ยนระบบจัดจำหน่ายให้เป็นธรรมขึ้น เตรียมจัดให้มีการจำหน่ายสลากกินแบ่งด้วยเครื่องแทนการจำหน่ายด้วยคนเพื่อมิให้มีการโก่งราคากันอีกต่อไป จึงได้จัดซื้อเครื่องขายสลาก ซึ่งมี คุณสุธี อากาศฤกษ์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตเป็นประธานในการตัดสินการประกวดราคา ซึ่งสรุปผลการประกวดราคาได้เสร็จตั้งแต่รัฐบาลนั้น แต่ยังไม่ทันได้ส่งมอบเครื่องขายสลากดังกล่าวก็มีการเปลี่ยนรัฐบาล และพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับยี่ปั๊วสลากรายใหญ่เข้ามาอยู่ในรัฐบาลอีก จึงมีการถ่วงไม่ให้มีการส่งมอบเครื่องดังกล่าว
ต่อมา เมื่อพรรคไทยรักไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลพรรคขนาดใหญ่นั้นก็กลับไปเป็นฝ่ายค้านอีกกองสลากจึงดำเนินการเจรจากับบริษัทผู้ขายเครื่องจำหน่ายสลากต่อไป จะด้วยเหตุผลใดไม่ปรากฏ แทนที่จะเตรียมนำเครื่องนั้นไปใช้จำหน่ายหวย 2 ตัว 3 ตัว ซึ่งเริ่มออกจำหน่ายในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย เพื่อทดแทนการจำหน่ายด้วยคนบางส่วน บังเอิญเรื่องหวย 2 ตัว 3 ตัวนี้ต้องชะงักลงในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันมีการรื้อฟื้นให้กองสลากเตรียมจำหน่ายหวย 2 ตัว และ 3 ตัวโดยจะให้จำหน่ายด้วยเครื่องไม่ใช่คน รัฐบาลปัจจุบันพิจารณาเรื่องนี้อยู่หลายครั้งจนในที่สุดกองสลากก็มีมติดังกล่าว
แต่ยี่ปั๊วรายใหญ่ที่เป็นคนกลางมองเห็นอนาคตทะลุปรุโปร่งมากกว่า โดยเห็นว่าถ้าปล่อยให้ใช้เครื่องขายหวย 2 ตัว 3 ตัวและปรากฏว่าผู้ซื้อหวยสามารถซื้อได้ตามราคาที่กองสลากกำหนดไม่ต้องจ่ายแพงกว่ามากดังเช่นในกรณีสลากกินแบ่ง ในที่สุดผู้ซื้อสลากกินแบ่งอาจเรียกร้องให้จำหน่ายสลากกินแบ่งด้วยเครื่องแทนระบบเดิม ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลและกองสลากก็ต้องสนองตอลต่อเสียงเรียกร้องของประชาชนผู้ซื้อสลากทุกอย่างก็จะสายเกินแก้ จึงจำเป็นต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลมด้วยการหาทางขัดขวางไม่ให้มีการขายหวย 2 ตัว 3 ตัว ด้วยเครื่องตั้งแต่เริ่มแรก
นี่คือที่มาของการที่นักการเมืองรุ่นใหญ่ในพรรคขนาดใหญ่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาในที่ประชุมพรรค เพื่อขอให้รัฐบาลทบทวนหรือหาทางหยุดเรื่องนี้ หลังจากนั้นไม่เกิน 3 วัน นายกฯก็ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ทั้งๆ ที่ทุกคนเข้าใจว่ารัฐบาลอนุญาตแล้วตามที่คณะกรรมการกองสลากลงมติ
มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย หากนายกฯไม่เห็นด้วยทำไมไม่แสดงความเห็นคัดค้านตั้งแต่แรก เพระมีช่วงเวลาที่จะคัดค้านได้หลายตอนก่อนที่กองสลากจะมีมติ นายกฯ เกรงใจใครหรือ จนถึงกับไม่กล้าดำเนินการในสิ่งที่รัฐมนตรีหลายคนดูมาแล้วว่าเหมาะสม
หรือว่ากลัวท่อน้ำเลี้ยงจะแห้งลง ถ้ากลัวเช่นนี้แล้ว ใครจะเชื่อว่าท่านกล้าปราบคอร์รับชั่นจริง
……………………….
Radio