สื่อเมืองไทยเข้าไม่ถึง “ความจริง”

สื่อเมืองไทยเข้าไม่ถึง “ความจริง”

คอลัมน์โดย  บุญเลิศ ช้างใหญ่

คัดจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  ประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2553

ขอแสดงความชื่นชมด้วยความจริงใจต่อสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่เสนอ “รายงานสถานการณ์สื่อปี 2552  ปีแห่งการใช้สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง” ได้อย่างตรงไปตรงมา

และขอบคุณสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทยที่นำรายงานนี้ไปลงเว็บไซต์ของสมาคม  เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนสนใจแวะเวียนเข้ามาดูได้รับรู้ว่า สถานการณ์สื่อปีที่แล้ว ทางสมาคมนักข่าวฯ ในฐานะเพื่อนพ้องร่วมวิชาชีพสื่อมวลชนแต่คนละแขนงเขาว่าอย่างไร

สาระสำคัญของรายงานสถานการณ์สื่อปี 2552  ปีแห่งการใช้สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง อยู่ตรงที่สมาคมนักข่าวฯ ระบุว่า

“ในปี 2552 สื่อการเมืองหลายประเภทถูกสร้างขึ้นมาอย่างมากมาย และถูกนำมาใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองได้นำเสนอความคิดเห็นและความเชื่อมากกว่า “ความจริง” ไม่ได้นำเสนอข้อเท็จจริงที่มีข้อมูลอย่างรอบด้าน ในทางตรงกันข้าม มีการนำเสนอในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ มีความลำเอียง มีอคติ ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก เกลียดชัง จนถึงขั้นทำลายล้างต่อฝ่ายที่มีจุดยืนและความคิดเห็นที่แตกต่างกับฝ่ายของตัวเอง”

“…สมาคมนักข่าวฯ เห็นว่าปี  2552 แต่ละฝ่ายได้ใช้ “สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง” ส่งผลให้สังคมมองบทบาทสื่อมวลชนโดยรวมว่า เป็นสื่อที่นำไปสู่วิกฤตการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและนำมาซึ่งปัญหายุ่งยากในการหาทางออกของวิกฤตประเทศในครั้งนี้”

ต้องยอมรับว่าปี 2552 ไม่เพียงแต่สื่อการเมืองที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองของแต่ละฝ่าย ซึ่งมีทั้งวิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ ฯลฯ ที่เป็นปัญหาดังที่สมาคมนักข่าวฯ สะท้อนภาพให้เห็น แต่สื่อกระแสหลักโดยเฉพาะวิทยุและโทรทัศน์ก็มีปัญหาอยู่ในตัวเองไม่น้อยไปกว่าสื่อการเมืองสักเท่าไร

นั่นก็คือ สื่อกระแสหลักเลือกที่จะเสนอความจริงเพียงบางส่วน บางแง่บางมุม ไม่จำเป็นต้องพูดถึงวิทยุที่เป็นหน่วยราชการต่างๆ ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการทหารสูงสุด อสมท. ฯลฯ  การเสนอข่าวสารการบ้านการเมืองเป็นอย่างไรก็เห็นๆ กันอยู่ สิ่งที่เคยถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันมานานนับสิบๆ ปีก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้นในยุคปัจจุบัน

สำหรับโทรทัศน์ที่บริษัทเอกชนได้รับสัมปทานเข้าดำเนินการ (ช่อง 3  ช่อง 7) โทรทัศน์ของกองทัพบก(ช่อง 5) โทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์(เอ็นบีที) โทรทัศน์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจแต่รัฐบาลก็ยังกำกับดูแลอยู่ (ช่อง 9 ) โทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์(ช่อง 11-เอ็นบีที) โทรทัศน์สาธารณะ (ไทยพีบีเอส) การนำเสนอข่าว รายงานและการวิเคราะห์วิจารณ์ข่าวก็ไม่สู้จะแตกต่างกันมากนัก

ยกเว้นเอ็นบีที ที่ถูกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอามาใช้โฆษณาชวนเชื่อเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามโดยไม่กระดากและละอายใจเลยแม้แต่น้อย ว่าการกระทำเช่นนั้นกระทบต่อการทำหน้าที่ของวิชาชีพสื่ออย่างร้ายแรง

เท่าที่สังเกตพบว่าในรอบปี 2552 ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ บทบาทของสื่อวิทยุและโทรทัศน์กระแสหลักเหล่านี้  เวลาเสนอข่าวจะเลือกเสนอเพียงบางประเด็นที่คิดว่าจะไม่ทำให้รัฐบาลขุ่นข้องหมองใจหรือโกรธเคือง นั่นคือเรื่องราวของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจะถูกตัดทิ้งไป ไม่นำเสนอหรือหากจะเสนอก็เสนออย่างเสียไม่ได้ เป็นต้นว่าพูดสรุปสั้นๆ ไม่ลงรายละเอียด ไม่มีภาพประกอบ หรือให้ดูภาพประกอบแต่ไม่ปล่อยเสียงคนพูดให้ผู้ชมได้ยิน  ไม่พูดถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ผลกระทบเป็นอย่างไรก็ไม่กล่าวถึง ทางออกของปัญหาควรจะเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจ

สรุปแล้ว ข่าวที่ได้ดูทางโทรทัศน์ในแต่ละวัน แต่ละเหตุการณ์จะเป็นไปอย่างผิวเผิน ฉาบฉวย มองเห็นแต่เปลือกนอกเฉพาะบางเสี้ยวบางส่วน (หนักไปในทางที่จะเป็นผลบวกกับรัฐบาล) เท่านั้น นี่เองทำให้ “ความจริง” ของเหตุการณ์และสถานการณ์ทางการเมืองถูกปกปิดไว้อย่างจงใจของคนทำสื่อ

สถานการณณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) คนเสื้อแดง  ขัดแย้งกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยดำเนินมา 3-4 ปีแล้ว เกิดจลาจลเข้าขั้นกลียุค มีคนเจ็บคนตายไปมากมาย ความขัดแย้งแตกแยกรอวันแตกหักที่อาจเกิดความสูญเสียในหลายด้านจนมิอาจตีค่าเป็นเงินได้

แต่ลองไปสอบถามชาวบ้านที่ไม่ได้เป็นพวกเสื้อแดง เสื้อเหลืองว่า รู้ไหมสังคมไทยยามนี้เกิดอะไรขึ้น  ในประเด็นใครขัดแย้งกับใคร ขัดแย้งด้วยเรื่องอะไร ประเด็นขัดแย้งในข้อกฎหมายและการเมืองคืออะไร ใครฝ่ายไหนมีความชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรมอย่างไร อะไรคือสาเหตุ การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผิดหรือถูกอย่างไรตามที่แต่ละฝ่ายกล่าวอ้าง  วิกฤตของประเทศจะมีทางออกอย่างไร หากปล่อยให้ความขัดแย้งเนิ่นนานล่าช้าออกไปจะเกิดผลกระทบด้านใดบ้าง

สถาบันองคมนตรี สถาบันกองทัพ กระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ อัยการ ศาล) องค์กรตรวจสอบต่างๆ รัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง ฯลฯ ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงและล่อแหลมต่อการพังทลาย  เพราะเหตุแห่งการไม่ยอมรับของคนบางส่วน กระทั่งถูกเรียกขานว่า 2 มาตรฐานหรือไม่อย่างไร?

กรณียุบพรรค สั่งพักราชการเสธ.แดง การตรวจสอบกรณีที่ดินเขายายเที่ยง สนามกอล์ฟเขาสอยดาว  การทวงถามฏีกาคนเสื้อแดง การพิพากษาคดียึดทรัยพ์ 7.6 หมื่นล้าน การปฏิบัติ 2 มาตรฐาน ความอยุติธรรมต่างๆ ฯลฯ

คนไทยหมู่เหล่าต่างๆ จากภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก ตะวันตก ใต้ เข้าใจกรณีต่างๆ เหล่านี้อย่างไร  จะเป็นชนวนนำไปสู่ความรุนแรงถึงขั้นเกิดสงครามกลางเมืองหรือไม่ รับรองว่าคนไทยจำนวนมากจะพูดกันไปคนละเรื่องละราวและอธิบายไม่ถูกว่าเวลานี้เกิดอะไรขึ้น

หากวิทยุและโทรทัศน์เสนอข่าวอย่างรอบด้าน ให้โอกาสกับทุกฝ่าย นำเสนอความจริงในทุกมิติเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน คำถามที่ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร เมื่อไรจะจบเสียที ใครจะแพ้ใครจะชนะ  พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับเมืองไทยหรือไม่ ฯลฯ คงจะไม่ดังอื้ออึงเหมือนกำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้  ทั้งนี้ เนื่องมาจากไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริงของเหตุการณ์ต่างๆ อย่างครบถ้วนนั่นเอง ได้ยินได้ฟังสื่อนำเสนอข่าวสัมภาษณ์คนโน้นคนนี้แบบหยาบๆ  เล่นสำนวนโวหารตอบโต้กันไปมาทุกวันๆ เปรียบได้กับคนทะเลาะ ทุบตีทำร้าย เข่นฆ่ากัน ไม่มีอะไรเป็นโล้เป็นพาย

ผู้ชมผู้ฟังเห็นแต่ปรากฏการณ์เล็กๆ กระจัดกระจายไม่สามารถพยากรณ์แนวโน้มได้ว่ามีเงื่อนไขและปัจจัยที่จะนำไปสู่ข้อยุติหรือความรุนแรง

เปรียบได้ก็เหมือนกับสังคมไทยเวลานี้ป่วยไข้อยู่ในขั้นโคมา แต่เนื้อหาที่ได้จากโทรทัศน์และวิทยุกระแสหลัก  กลับไม่มีคำวินิจฉัยโรคว่ากำลังอยู่ในภาวะอันตราย  ทำให้ผู้คนในสังคมตายใจและเอาแต่สรวลเสเฮฮาอย่างมีความสุข สนุกสนาน  ทั้งๆ ที่ความจริง บ้านเมืองกำลังเดินไปสู่ห้วงเหวแห่งหายนะ

เป็นความรับผิดชอบของใคร  ถ้าไม่ใช่สื่อวิทยุและโทรทัศน์กระแสสหลักที่ไม่ทำหน้าที่ของตนให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ ในเมื่อสื่อวิทยุและโทรทัศน์ต่างเบี่ยงเบนไปจากการแสดงบทบาทหน้าที่ที่ควรจะเป็น ผู้คนเลือกอยู่ข้างสีเหลือง สีแดง ต่างพากันปฏิเสธการรับสื่อกระแสหลัก แล้วหันไปบริโภคข่าวสารจากโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมโดยลงทุนซื้อจานดาวเทียมมาติดที่บ้าน อ่านสิ่งพิมพ์และดูเว็บไซต์ของพวกตัวเอง ขณะเดียวกันก็โจมตีสื่อกระแสหลักและพาลไม่ฟังวิทยุและไม่เปิดดูโทรทัศน์ช่องต่างๆ

ข้อเรียกร้องของสมาคมนักข่าวฯ ที่มีต่อสื่อกระแสหลักตามที่เขียนไว้ในรายงานให้สื่อมีความเป็นมืออาชีพที่ค้นหาความจริงมาตีแผ่ ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ คงจะเป็นแค่ตัวอักษรบนกระดาษ เพราะดูเหมือนไม่มีสื่อกระแสหลักที่ไหนให้ความสนใจ!

…………..

  • thepclub
    กลับมาไวไวน่ะครับ
  • boonma50
    ....ความจริง มันก็คือ ความจริง ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนที่พูดความจริงมักถูกฆ่าตาย !!! ท่านนายกทักษิณ ท่านทำความดีไว้มาก ทำดีด้วยความตั้งใจ มิใช่ทำดีแบบฟลุ๊ด ๆ เหมือนคนของประชาธิปัตย์ทำกัน ท่านจึงเป็นที่รักของคนและเทวดาทั้งหลาย ท่านถึงได้รอดปลอดภัยจากการถูกลอบฆ่ามาหลายครั้งดังที่ทราบกัน
    ส่วนเงินทองที่ถูกอายัด(กักไว้เพื่อปล้น)โดยอ้างกฏหมายเพื่อจะเอาไปแบ่งกันใช้ในกลุ่มกบฏทั้งหลาย นั้น ท่านต้องทำใจไว้บ้าง (?) ถ้าพูดแบบวิทยาศาสตร์คือทรัพย์ทั้งหมดเป็นของท่านนั้นถูกต้องแน่นอน !!! ถ้าพูดแบบพุทธศาสตร์ถ้าสิ่งของนั้นมันจะเป็นของเรา...มันก็ต้องเป็นของเราวันยังค่ำ แต่ขณะนี้อาจจะเป็นผลกรรมของท่านฯก็ได้ !!!!
    ผมเกลียดที่สุดคือการอ้างกฏหมายของนายอภิสิทธิ์และพลพรรคทั้งหลาย คำก็กฏหมาย สองคำก็กฏหมาย แต่ที่ผมเชื่อที่สุดคือ"เชื่อในกฏแห่งกรรม !" ตามที่ศรีปราชญ์ว่าไว้คือ" ธรณี นี่นี้เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง เราผิด ท่านมาล้างเราชอบ เราบ่ผิด ท่านมาล้าง ดาบนั้นคืนสนอง "
    ขอเป็นกำลังใจให้ท่านนายกทักษิณ ชินวัตร นะครับ
  • seaman2505
    เป็นเพราะความอยากมีอำนาจ ความโลภ และความกลัว ของกลุ่มอำมาตรย์ และกลุ่มที่เสียผลประโยชน๋ จากการบริหารประเทศของท่านอดีตนายกทักษิณ จึงก่อให้เกิดเหตุการณ์เช่นทุกวันนี้ ใครดีใครชั่ว ชั่วโมงนี้ยังไม่มีอะไรเป็นบรรทัดฐานวัดได้ เพราะตาชั่งเอียง แต่ที่แน่ๆ เมี่อทุกคนจากโลกนี้ไป ใครทำดีใครทำชั่ว ก็จะรู้แก่ใจเอง ว่าตนจะต้องลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ กรรมนั้นมีจริง มาตรฐานเที่ยงตรง ใครคิดได้เคยทำชั่วไว้ เกิดละอายและเกรงกลัวต่อบาป เปลี่ยนใจทำความดีก็ยังทัน คิดไม่ได้ก็ตัวใครตัวมัน..นะครับพี่น้อง
  • thammidhylikit
    เป้าหมายแห่งชัยชนะของคนเสื้อแดงผมยังมองไม่เห็นทาง แม้ว่าจะมีคนออกมาเป็นล้านคนหรือสองล้านคน ซึ่งอาจทำให้มองดูมากด้วยปริมาณแต่ผู้ที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือก็ยังสามารถใช้อำนาจรัฐอยู่ต่อไปได้อย่างเดิม แต่คนเสื้อแดงต่างหากที่มีการละเมิดกฎหมายจะถูกดำเนินการโดยเฉียบขาดทันทีเพราะกลไกของรัฐอยู่ในฝ่ายของรัฐบาลที่จะสั่งการได้ทุกเมื่อ ซึ่งผิดกับสมัยรัฐบาลคุณสมัครหรือคุณสมชายแม้มีการกระทำความผิดของพวกพันธมารเกิดขึ้นทุกวันกลไกของรัฐก็ไม่อาจทำอะไรได้เต็มที่ เพราะว่ามีมือที่มองไม่เห็นคอยครอบงำอยู่ไม่ให้ดำเนินการบ้านเมืองถึงได้เป็นเช่นทุกวันนี้

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า แม้พันธมารจะปิดทำเนียบรัฐบาลนานกี่เดือนหรือปิดรัฐสภา รัฐบาลของคุณสมัครหรือคุณสมชายก็ยังอยู่ได้ แต่บ้านเมืองสังคมก็วุ่นวายไม่มีใครเป็นอันทำงานหรือทำงานได้ไม่เต็มที่
    เพราะพะวงอยู่กับพันธมารเมื่อไหร่จะเลิกเสียที แล้ววันนี้ถ้าเสื้อแดงทำอย่างนั้นบ้าง รัฐบาลก็แค่ย้ายที่ทำงานหรือย้ายที่ประชุมสภาไปที่อื่นปล่อยให้กองกำลังคนเสื้อแดงอ่อนเปลี้ยเพลียกันไปเองเดี๋ยวก็เลิก รัฐบาลก็ตื้ออยู่ไปได้อีกปี
    แล้วเสื้อแดงจะทำอย่างไรออกมาเปล่าประโยชน์อีกหรือ

    ดังนั้นการออกมาคราวนี้ของคนเสื้อแดงต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรให้การชุมนุมเป็นไปโดยสงบสันติและปราศจากอาวุธ ประสบความสำเร็จได้ตามวัตถุประสงค์ของคนเสื้อแดง และประการสำคัญต้องไม่มีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้นหากกระทำผิดเกิดขึ้นฝ่ายตรงข้ามได้จ้องไว้แล้วว่าจะทำอย่างไรกับคนเสื้อแดง เมื่อถึงตอนนั้นโอกาสชนะก็คงเหลือน้อยเต็มที ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีความเสมอภาคมีความเป็นธรรม มีความยุติธรรมที่เป็นมาตรฐานเดียวกันของคนในสังคมทุกชั้น

    จึงขอฝากข้อคิดสำหรับคนเสื้อแดงไว้ 5 ประการคือ
    ผู้ใช้อำนาจรัฐย่อมได้เปรียบเสมอกับผู้ชุมนุมตราบเท่าที่ผู้ชุมนุมอ่อนแอ
    ผู้ใช้อำนาจรัฐย่อมได้เปรียบเสมอกับผู้ชุมนุมตราบเท่าที่ผู้ชุมนุมยอมแพ้
    ผู้ใช้อำนาจรัฐย่อมได้เปรียบเสมอกับผู้ชุมนุมตราบเท่าที่กลไกรัฐยังไม่ผันแปร
    ผู้ได้อำนาจรัฐย่อมได้เปรียบเสมอกับผู้ชุมนุมตราบเท่าที่ยังมีความดีเผยแพร่ และ
    ผู้ได้อำนาจรัฐย่อมได้เปรียบเสมอกับผู้ชุมนุมตราบเท่าที่ผู้ชุมนุมยังไม่มีทางแก้

    ผมขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จกันทุกคนนะครับสำหรับผู้ไขว่คว้าหาประชาธิปไตยที่แท้จริง
    ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และความยุติธรรมที่เป็นมาตรฐานเดียว
    ----------pthong4050-----------
  • targo
    ผมเห็นด้วยครับ รัฐบาล ปิด บังความจริง หลายๆๆๆๆ อย่าง ข้าราชการไทยขี้เกียจ ครับ เอาใจช่วยนะครับ
  • phanchekrak
    we allway waiting for you to come back.I have two hand and one brain if do you need please tell me we will go for a frist person
    high respect you my primeminister
    phan.uk
  • phanchekrak
    yes it this true .same off new is not present for real object
  • wanjaidd
    ใช่..โคตรเบื่อการเมืองไทยเลยใส้เน่าจนจะตายอยู่แล้ว
    ยังมาเสนอข่าวว่าทุกอย่างยังดียังสวยงาม ดูแล้วทุเรศจริงๆ
    ไม่อยากดูข่าวเลย อภิสิทธิ์ไม่มียางอาย..ไม่กระดากในคำพูด
    ตัวมันเองก็คงไม่มีความสุขไปชั่วชีวิต บาปหนัก พูดจาใส่ร้ายคนอื่น
  • phanchekrak
    it this true
  • naamsai
    สื่อกระแสหลักก็จะหมด บทบาทไปเองเพราะไม่ได้นำำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การรับชม อย่างผมจะไม่ดูข่าวทีวี จะดูข่าวจากอินเตอร์เนทเป็นหลัก เข้าเวบของผู้ที่เป็นข่าวโดยตรง อย่าง thaksinlive และที่สำคัญทุกวันนี้มีข่าวดาวเทียมจำนวนช่องเยอะมาก ราคาก็ถูก ผ่านไปตามบ้านนอกบ้านนาก็เห็นติดกันเยอะมาก ผู้คนต้องการความจริงก็จะวิ่งไปหาแหล่งความจริง พวกที่ไม่เสนอความจริงหรือสาระที่เพียงพอระวังจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังน่ะ โดยเฉพาะช่องดาวเทียมทุกวันนี้มาแรงมาก...ระวังไว้
  • toey
    ขอให้ท่านทักษิณ ได้กลับมาพัฒนาบ้านเมืองโดยเร็ว
    ขอให้สุขภาพแข็งแรง
    คนอีสานรออยู่
    คนทั้งประเทศรออยู่
  • damdee
    จริงมาก อย่างรายการ เกาที่ โดยด๊อกแต๋ว ปากโยนิ ชอบใช้ปากกล่าวหา อดีตนายกดูแล้วมันไม่แฟร์
    ปากก็อยากสมานฉัน เช่นเดียวกับตระกูลลิงเสน
  • mote
    สื่อตอนนี้มี ๒ แบบ....
    สื่อมวลชน รายงานแต่..ความจริง.....มิได้เอาอคติใส่ไปในเนื้อข่าว แต่ต้องวิเคราะห์ตามสถานการณ์ที่เป็นไป มิใช่ตามใจที่อยากให้เป็น

    สื่อมวลโจร คือพวกรับเศษเงิน บิดเบือนข่าว เอาข่าวเท็จบ้าง จริงบ้าง มาผสมอคติตัวมั่วเข้าไป ไซโคคนฟัง เพื่อหวังผลตามใจของพวกตัว พวกชัวเล่าข่าว เอาใจรัดทะบานโจร เพื่องบโฆษณา โกงเข้มแข็งใช่ไหม ไอ้พวกสื่อมวลโจร.....รัดทะบาน ทรยุทธ อภิสิทธิชน จะโกงกิน ฮุบที่ดินป่า ก็ไม่เห็นพวกสื่อมวลโจรจะรุมจิกรุมว่า หรือว่าพวกเดียวกัน
    ..พฤติกรรมมันฟ้อง...การกระทำมันส่อ...สื่อมวลโจร
blog comments powered by Disqus